พระคาถามหาจักรพรรดิ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

Home >> พระคาถามหาจักรพรรดิ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

สีวลี

รับเจ้าภาพหล่อพระสีวลีมหาเถระ ทรงเครื่องจักรพรรดิ ปางจกบาตร

 

คาถามหาจักรพรรดิ เป็นพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และถือว่ามีพลังครอบจักรวาล ทั้งทำให้ชะตาชีวิตดีขึ้น ปฏิบัติธรรมได้เร็วขึ้น เป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเอง ทั้งยังเคล็ดในการปรับภพภูมิให้ผู้ที่ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวร  คาถามหาจักรพรรดิ เป็นพระคาถาที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิพญา ชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา

คาถามหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ
พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วะรังคันธัง
สีวลี จะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต
อะหังวันทามิ ธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน จงศักดิ์สิทธิ์สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ

อิมัง สัจจะวานัง อธิษฐามิ พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
หลังจากนั้นก็ให้เชิญพระเข้าตัว แผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาณด้วย บทสวดว่า
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง
พันธามิ สัพพะโส (ว่า 5 จบ)

แล้วกล่าวว่า พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ ให้อธิษฐานจิตแผ่เมตตาออกไปให้กับดวงจิตวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จะระบุสถานที่ด้วยก็ได้
หลวงปู่กล่าวไว้ว่า “คาถา บทนี้เป็นของดี หมั่นท่องไว้ทุกวัน ปกติเขาไม่ให้กันหรอกเพราะเขากลัวลูกศิษย์จะดีกว่าอาจารย์ แต่ข้าไม่เคยกลัวและไม่ปิดบัง ท่องให้ดีนะอีกหน่อยจะรวย เพราะมีการกล่าวถึงพระสิวลีผู้เป็นเลิศทางลาภไว้ด้วย อาบไปเสกไปก็ได้ กินข้าวก็ได้ ดีทั้งนั้น

หลวงปู่ดู่

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามาบอกพวกแก ข้าทดลองมาแล้วทั้งนั้น เมื่อดีแล้วจึงมาบอก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธาและหมั่นฝึกฝนปฏิบัติ คนเราอยู่ดีๆจะให้รวยได้อย่างไร ต้องปฏิบัติเสียก่อน ดูอย่างข้าเมื่อก่อนต้องไปยืมเงินเขามาซื้อธูปเทียนใบชามาเลี้ยงแขก เดี๋ยวนี้ของกินของใช้มีใช้เกลื่อนกลาดไป เรามาพบไม้งามเมื่อขวานบิ่น แกว่าจริงไหมของดีของอร่อยกินก็ไม่ได้ ฟันไม่มี” หลวงพ่อหัวเราะ และยังเสริมอีกว่า

“คนเราต้องทำให้ดีเมื่อดีแล้วจึงรวย แล้วจะได้ไม่ซวย พระจะดีต้องหมดอยาก ถ้ายังอยากอยู่ก็ไม่ใช่พระดี”

แจกภาพหลวงปู่ดู่

หลวงปู่ดู่ยิ้ม

คาถาบูชาพระที่หลวงปู่ดู่ท่านย้ำเอาไว้ให้หมั่นท่องไว้ทุกวันนั้น ต่อมาภายหลังมีลูกศิษย์นำไปสวด แล้วเห็นว่ากายทิพย์ทรงเครื่องเป็นมหาจักรพรรดิ และมีพลังงานขับเคลื่อนเป็นพิเศษทำนองนั้น จึงได้นำมากราบเรียนถามหลวงตาม้าในโอกาสที่หลวงตาลงมา กทม.

หลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

หลวงปู่ดู่

วันหนึ่ง หลวงตาจึงไขความลับให้ฟังทั่วกันว่า ขณะที่สวดคาถามหาจักรพรรดินั้น ถ้าเทวดาผ่านมาก็จะเห็น แม้แต่ หนู หมา แมว บางครั้งก็สามารถเห็นมิตินี้ได้เช่นกัน

ทุกอย่างที่หลวงปู่ตั้งใจรวบรวมเอาไว้ในพระคาถา ดังที่หลวงตาได้อธิบายเอาไว้ จะมาปรากฏที่กายพลังงานของผู้สวดตลอดเวลาที่กำลังสวด ที่หลวงตาเรียกว่าจิตทำการบันทึกบุญเอาไว้ตลอดเวลา หรือหลังจากสวดแล้ว เจ้าตัวสามารถทรงอารมณ์นั้นเอาไว้ได้ กายพลังงานก็จะมีพลังงานต่างๆในพระคาถาปรากฏอยู่ พลังงานในพระคาถาเป็นอย่างนี้เอง หลวงปู่ดู่จึงได้เน้นย้ำเอาไว้ ให้ลูกหลานหมั่นสวดเป็นประจำ จะกินจะดื่ม จะอาบน้ำก็ดี หรือนึกขึ้นได้เมื่อใดสวดเมื่อนั้น ด้วยเกิดพลังงานบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มหาศาล

หลวงตาม้า

ที่หลวงปู่ไม่ได้แจงรายละเอียด รอเวลาเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้มาปรากฏในผู้สวดแล้ว จึงนำมาถามถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนว่าเป็นสิ่งไรกัแน่….
เป็นการพิสูจน์คุณวิเศษของพระคาถาที่มีคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ผู้ที่สวดช่วยทำให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ในที่สุดหลวงปู่ท่านพูดน้อยแต่แฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ . . .

ลูกแก้วหลวงปู่ดู่

ความลับ.ของการสวดมนต์

..การสวดมนต์ เป็นคลื่นเสียง จะทำให้น้ำในร่างกาย ลอยขึ้นสู่สมอง และมีความเร็ววงรอบที่สูง เพิ่มประจุไฟฟ้าที่ส่วนสมอง กลายเป็นคลื่นละเอียด จึงเชื่อมกับพลังจักรวาล พลังศักดิ์สิทธิ์ และได้ท่องบ่นถึงสิ่งที่เป็นมงคล คาถา(คำสอนของพระพุทธเจ้า พระอริยเจ้า) ย่อมมีพลังคลื่นที่เปี่ยมด้วยพลังงาน…เพราะพลังงานของพระพุทธเจ้า พระอริยะ เป็นพลังงานที่ละเอียด ความถี่สูง พลังพระรัตนตรัย..จึงมีพลังสูงสุดในจักรวาลทั่วทั้ง ๓ ภพ อยู่ในรูปกัมมัตรภาพรังสี (พุทธนิมิต)
#..เมื่อเราสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ในคำสวด มีพระอรหันต์ 28 พระองค์ เมื่อท่องบ่นเอ่ยนามของพระอรหันต์ทั้ง 28 พระองค์เท่ากับเราเชื่อมต่อสัญญาของพระอรหันต์ทั้ง 28 พระองค์ จึงทำให้น้ำในร่างกายและสมองอยู่ในรูปกัมมัตรภาพรังสีน้ำสามารถดูดซับประจุได้อย่างมหาศาล จนกระทั่งเกิดความเร็ว รวมเส้นสาย จักรวาลภายในกายกับจักรวาล ไว้ ณ จุดเดียวกัน มันจะค่อยๆ แปรธาตุหยาบ ให้ละเอียดขึ้น เป็นฐานของจิต จนเป็น”ปรมัตถธาตุ “คือธาตุอันเป็นที่สุดในอนาคตได้
#…เมื่อเราสวดคาถาจักรพรรดิ เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานทั้งหมด บูชาพระสารีริกธาตุ จิตของเราจึงเชื่อมต่อกับพลังพุทธนิมิต กัมมันตภาพรังสี เป็นพลังงานที่สะเอียด มีอำนาจสูงสุด ทั้งกายและจิตเรา จะถูกซักฟอกด้วยคลื่นที่บริสุทธิ์เปี่ยมอำนาจบารมี จึงทำให้กายทิพย์(อนุภาคแห่งจิต) มีรูปร่างตามสัญญาณคลื่น คลื่นแห่งกายจักรพรรดิ นั่นเอง..ในตัวคาถา..แต่ละอักขระ มันมีคลื่นแห่งสัญญาเจตนา..คาถาแต่ละบทจึงมีฤทธ์.การใช้ต่างกันไปด้วย..
**..ไฟที่มาจากพลังคุณฑาลินี (จักระ1) ไฟมาจากธาตุไฟ เช่นแสงเทียน แสงอาทิตย์ มีประจุไฟฟ้า เป็นตัวเร่งอนุภาคมาก ทำให้ร่างกายเกิดความร้อน เกิดการเชื่อมต่อ ไฟ ทำให้จักระ6 มีความเร็ววงรอบเท่ากับไฟ เกิดการหมุนปั่นที่จักระ 6 ด้วยความเร็วสูง จักระทุกจักระ จะขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วหมุนปั่นเช่นเดียวกัน
.. เพียงแต่ เราใช้ไฟเมื่อสวดมนต์ ทำให้พลังหรือประจุไฟฟ้าและน้ำลอยตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยความเร็วสูงได้เช่นเดียวกัน จนไร้ระยะทาง ไร้กาลเวลา จนเป็นหนึ่งเดียวกัน …..การเข้าใจและเข้าถึงสภาวธรรมก็จะเกิดขึ้นได้ ..
**…..ในไฟมีตา เป็นสื่อนำพามรรคผล ในน้ำมีจักรวาล นำพาไปสู่พระเจ้า ทั้งไฟและน้ำส่งเสริมซึ่งกันและกัน นำพาไปสู่ความไร้ขีดจำกัดในฤทธิ ทั้งแสงไฟ สายน้ำ ล้วนประสาน
เพิ่มเพื่อน

ติดต่อร่วมบุญ