ในหลวง หลวงปู่ดู่

เมื่อหลายสิบปีก่อน ครั้งที่มีข่าวในหลวงรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตหลวงปู่เคยเล่าว่า
ท่านเกิดความสลดสังเวชมาก ว่าคนไทยหลายคน ยังขาดกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อพระเจ้าอยู่หัวท่านคิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรจะให้คนไทยมีความรักชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์ องค์ท่านเองนั้นตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้กาลเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี กิจวัตรอันหนึ่งที่ท่านทำอยู่มิได้ขาดคือ การสวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวงทุกวันตลอดมาขอให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญคนไทยตลอดไป

หลวงพ่อยังได้กล่าวไว้อีกว่าเพราะพระเจ้าแผ่นดิน (ร.9) ท่านปฏิบัติ (ธรรม) ต่อไปพุทธศานาในเมืองไทยจะเจริญขึ้นเพราะท่านเป็นผู้นำเป็นแบบอย่าง
สมัยหนึ่งเมื่อหลวงปู่ดู่ ยังทรงสังขารอยู่นั้นบ่ายของวันที่แดดร่มลมตก จู่ ๆ ท่านก็เปรยกับคณะศิษย์ที่ประกอบด้วย “คนตาดี” หลายคนว่า
“พวกแกลองดูทีซิว่า มีพระรูปไหนอยู่กับในหลวงบ้าง”

เข้าใจว่าท่านคงหมายถึงกายทิพย์ หรือ บารมีที่พระมหาเถระแต่ละองค์อธิษฐานพิทักษ์รักษาในหลวงศิษย์ท่านหนึ่งก็ “เข้าที่” ตามหลวงปู่สั่ง พักหนึ่งก็ลืมตาแล้วตอบว่า “หลวงพ่อเกษมครับ” หลวงปู่ยิ้มแล้วว่า “นั่นองค์หนึ่งละ มีใครอีก” ศิษย์แสนซนคนหนึ่งตอบทันที “หลวงพ่อนั่นแหละครับ” ท่านมองหน้าแล้วถาม “ทำไมแกจึงว่าอย่างนั้น” ศิษย์จอมซนอธิบายว่า “อ้าว ก็หลวงพ่อรู้ได้ว่ามีองค์นั้น องค์นี้อยู่กับในหลวง แสดงว่าหลวงพ่อก็ต้องไปมาด้วยน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ยังไง”

เมื่อเข้าเนื้อท่านโบกมือให้ยุติเรื่องทันที ศิษย์ก็ถึงที่ยิ้มไป…
นี่คือเรื่องเล่า ที่อาจบอกได้ว่ายังมีอะไร ๆ ในโลกที่เราผู้ครองความเป็นปุถุชนยังเข้าไปไม่ถึงอีกมาก สิ่งที่เราไม่รู้ ไม่ได้แปลว่าจะไม่มี
ค่ำของวันหนึงเป็นที่เลื่องลือกันมานานปากต่อปากรุ่นต่อรุ่นนานมาแล้วสมัยหลวงพ่อดู่ยังไม่ย่างเข้าวัยชรามากนัก มีรถคันหนึงขับเข้ามาในวัดสะแกและมีคน 2 คนลงจากรถมุ่งไปยังกุฎิหลวงปู่ ภายหลังเป็นที่ทราบมาว่าเป็นพ่อกับลูกสาวมากราบนมัสการหลวงปู่ โดยมากันเองพร้อมคนขับรถและผู้พ่อใส่แว่นดำ พอมาถึงหลวงปู่ก็ได้จัดแจงรออยู่แล้วเสมือนรู้ทั้งๆที่ไม่ได้มีการนัดหมายก่อนมา
พ่อลูกคู่นั้นได้สนทนากับหลวงปู่ประมาณชั่วโมงจึงได้กราบลาหลวงปู่ หลวงปู่ได้ให้พร และยังแซวว่า “มาแบบเงียบๆนี้และดีเพราะเดี๋ยวคนจะล้นวัด” ทั้งหลวงปู่กับพ่อลูกคู่นั้นได้หัวเราะอย่างรู้กัน

หลังคุณพ่อและลูกสาวออกมาจากกุฎิหลวงปู่คุณพ่อและลูกสาวก็ได้ให้คนขับรถขับมาเทียบหน้าวัดพอมาถึงคนลูกสาวก็ได้ลงมาซื้อข้าวแกงกับแม่ค้าแถวนั้นโดยผู้พ่อก็ลงมาสมทบด้วย และพูดคุยกับแม่ค้าอย่างไม่ถือตัวและเป็นกันเองระหว่างนั้นแม่ค้าผู้นั้นก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมพ่อลูกคู่นี้ช่างคุ้นหน้าเสียจริง จนทั้งคู่ได้กลับขึ้นรถและขับออกไปแม่ค้าจึงได้ถึงบางอ้อด้วยความตื้นตัน หลังจากนั้นมีผู้เห็นพ่อลูกคู่นั้นได้มาในลักษณะเดียวกันอีก 2-3 ครั้ง โดยมีบางครั้งผู้พ่อมาคนเดียวก็มี

พ่อลูกคู่นั้นจะเป็นใครอันนี้ก็แล้วแต่ผู้อ่านจะคิดพิจารณาถ้าคิดๆดูคงพิจารณาออกไม่ยาก หากรู้แล้วก็ขอให้ประทับความซึ้งใจนี้ไว้ในจิตเป็นบุญที่ได้รู้ก็พอ
แหมก็คนลูกสาว เมื่อวันเปิดพิพิธพันธ์หลวงปู่ดู่ที่วัดสะแกเมื่อปี 2535 ก็ยังมาร่วมงานอยู่เลย..

ที่มา :  เพจ ศูนย์บรรเทาทุกข์ผี ทั่วประเทศ