วิธีเพิ่มพลังบุญ

ความฉลาดในเกมกรรม
ช่วยให้คุณลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมาก โดยไม่เป็นทุกข์
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างโบนัสหลักๆ ที่จะทำให้คุณ
รู้สึกถึงคะแนนบวกที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด และรวดเร็วทันใจ

๑. กราบพระปฏิมา
การกราบพระปฏิมา ‘ด้วยใจนอบน้อมเคารพ’
อย่างต่อเนื่องเพียงเดือนเดียว จะทำให้คุณมีพลังกุศลสูงขึ้น
ขนาดที่ ‘ชะล้างความสกปรกทางจิต’ ได้ระดับหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นความฟุ้งซ่าน ความคิดอยากทำเรื่องชั่วร้าย

ความรู้สึกภายในที่ยืนยันความจริงดังกล่าว คือ
กายยิ่งค้อมลงต่ำต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงใด
ใจยิ่งผ่องแผ้วไร้มลทินมากขึ้นเท่านั้น

และพลังกุศลอันเกิดจากจิตอ่อนน้อมนั้นเอง
จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดความคิดดีๆเข้าตัว ซึ่งก็เท่ากับ
‘ก่อร่างสร้างอนาคตที่ดีขึ้น’ อย่างผิดหูผิดตาไว้ด้วย

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

๒. สัจจาธิษฐาน
เป็นคำสนธิระหว่าง ‘สัจจะ’ และ ‘อธิษฐาน’ หมายถึง
การเอาความจริงเป็นที่ตั้งในการอธิษฐานสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เกมกรรมจะให้โอกาสตรงนี้ คือ
ถ้าคุณอ้างถึงความจริงใดๆ ก็สามารถใช้อธิษฐาน
ขออะไรได้ตามขอบเขตที่ไม่เกินตัว ไม่เกินบุญ!

หลังกราบพระ ขณะแห่งความอ่อนโยน
และรู้สึกสว่างกระจ่างออกมาจากภายในนั้น
เป็นสภาวะของจิตที่เป็นกุศล
เมื่อกราบครบเดือน ก็ลองเปล่งวาจาต่อหน้าพระปฏิมา
อาศัยความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นตัวตั้ง
เช่น ข้าพเจ้ามีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ
จากการกราบไหว้พระปฏิมาอย่างถูกต้อง
ขอความจริงนี้จงทำให้ความฟุ้งซ่านลดลง
(หรือให้เป็นคนขี้โมโหน้อยลง หรือ
อะไรก็ได้ที่เคยเป็นความเสียหายทางจิต)

การอธิษฐานที่ได้ผลที่สุด
มักเป็นการอธิษฐานขอให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งทางใจ
ไม่ใช่ขอให้เกิดผลทางกาย
ถ้ากราบพระหวังรวยทางลัด ขอให้ถูกหวย
คุณอาจไม่พบผลใดๆ เพราะหวังผลไม่ตรงกับที่สร้างเหตุ
ถ้าอยากรวยต้องฉลาดทำงานหาเงิน ไม่ใช่กราบพระขอพร
แต่ถ้ากราบพระหวังพัฒนาจิตใจ คุณจะสมหวังทันใจ
เพราะสร้างเหตุไว้ตรงกับผล
เมื่ออ่อนโยนรับกระแสศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่จิตได้
จิตที่ศักดิ์สิทธิ์ย่อมพัฒนาไปแค่ไหนก็ได้เช่นกัน

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

๓. เปลี่ยนนิสัยที่เสียที่สุด
ถ้าคุณเปลี่ยนนิสัยที่เสียที่สุดได้
เส้นทางชีวิตจะหักเหสักปานใด
เมื่อนิสัยร้ายๆของคุณเปลี่ยนไปแต่ละอย่างนั้น
ชะตาร้ายๆจะค่อยๆหายไปด้วยทีละอย่างสองอย่าง
หรือหลายอย่างพร้อมกันในคราวเดียว

พฤติกรรมและนิสัยทั้งหมดมีรากมาจากความคิด
ฉะนั้นเมื่อปลงใจเลือกนิสัยเสียๆ เช่น ชอบด่าคน
ก็ขอให้ ‘เฝ้าสังเกตความคิด’
เวลาคิดอยากด่าคนขึ้นมา
ให้รู้ว่านั่นไม่ดี ตั้งใจว่าไม่เอา แค่นั้นพอ
อย่าไปกลัดกลุ้มหาทางขับไล่
ขณะเดียวกันก็ไม่หลงตามกิเลสตัวเอง
สติรู้ทันแบบไม่ถอยและไม่สู้ เพียงดูอยู่เฉยๆนั้นเอง
นานไปจะเป็นสติชนิดตั้งมั่นแข็งแรง ทำให้จิตฉลาด
และเห็นนิสัยเสียๆเหือดแห้งไปจากจิตเอง
ดุจพยับแดดที่ไม่เคยมีอยู่จริง

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

๔. วิชาดูดบุญ
หลักการทำบุญด้วยวิธีอนุโมทนานั้น
ก็คือมีใจยินดีร่วมกับบุญของผู้อื่น
ใจที่ยินดีในบุญนั่นแหละ คือ แม่เหล็กดึงดูดบุญเข้าหาตัว

ถ้ามีความเข้าใจ
ในกิริยา และค่าของวัตถุ อันเป็นตัวบุญของคนอื่น
อีกทั้งร่วมปลื้มไปกับเขา
คือ ใจประกอบด้วยโสมนัส ชุ่มชื่นเบิกบานอย่างแท้จริง
ก็เรียกว่าได้ส่วนบุญนั้นเต็มเม็ดเต็มหน่วยในฝ่ายเราแล้ว

ส่วนจะได้เท่าเขาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า
ใจเรา ‘เต็มที่’ อย่างเขาหรือเปล่า
วัดง่ายๆ คือคิดอยากทำให้เท่าเขาด้วยตัวเราเองไหม
หรืออย่างน้อย อยากทุ่มแรงกายแรงใจ
กับกำลังทรัพย์ร่วมไปกับเขาไหม

การอนุโมทนาบุญเต็มรูปแบบ คือ ‘ใจยินดีมีโสมนัส’ นำ
กับทั้งมีแก่ใจใช้ ‘แก้วเสียงเปล่งวาจา’ ให้ผู้อื่นรับรู้ว่า
จิตเราเป็นกุศลร่วมกับเขาด้วย
ยิ่งธรรมเนียมคนไทยมีการ ‘พนมมือไหว้ตัวบุญ’
ถ้าอ่อนช้อย น้อมจิตตน จิตท่าน
ให้เจริญในภาพเย็นตาเย็นใจเสริมเข้าไปอีก ก็เรียกว่า
ได้ทั้งกุศลจากมโนกรรม วจีกรรม รวมทั้งกายกรรม ครบสูตร

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

๕. ธรรมทาน
ในบรรดาทานทั้งปวง ทานคือธรรมะชนะหมด
เนื่องจากธรรมะ คือ ความจริง
เมื่อคนรู้ความจริงก็หูตาสว่าง รอดจากนรก
รอดจากความเป็นเดรัจฉาน รอดจากความเป็นเปรต
กับทั้งสามารถแสวงสวรรค์นิพพานตามอัธยาศัยและกำลังใจ

ชีวิตคนๆหนึ่งที่เปลี่ยนไปด้วยธรรมะ
จะสะท้อนกลับมาเป็นแรงส่งให้ชีวิตคุณ
เปลี่ยนไปในทุกๆด้านอย่างเป็นธรรมเช่นกัน
คุณจะรู้สึกสว่างทั่ว
และเกิดเรื่องดีๆมากมายตามมาอย่างรวดเร็ว!

ธรรมทาน อาจเป็นการพูดชักชวนโน้มน้าว
หรือ ชี้ทางสว่างให้แก่ผู้หลงติดอยู่ในวังวนทุกข์โดยตรง
แต่ก็อาจใช้วิธีมอบสื่อธรรมะอื่นๆ เช่น เทป ซีดี และหนังสือ
หากเป็นสื่อธรรมะที่คุณใช้กับตัวเองได้ผลแล้ว
คุณมีความอิ่มใจและอยากมอบให้ใครๆแล้ว
ก็จะปรุงแต่งจิตให้เกิดโสมนัสแรงได้

คัดย่อบางส่วนจาก ‘หนังสือเกมกรรม’
เครดิต : ดังตฤณ
—————————————————————-
ติดตามบทความธรรมะจากสถานอมตะธรรม ได้ที่ไลน์ คลิก —> Line สถานอมตะธรรมฯ