ศิษย์ : ถ้าอยากรวยให้ทำทานเยอะๆ จริงมั้ยคะหลวงตา

หลวงตา : จริงอยากรวยในชาติหน้าอะทำไปเถอะตะบี้ตะบันทำไป

ศิษย์ : แต่ถ้าไม่ค่อยมีเงินทำทานค่ะ จะทำยังไงให้รวยไม่ขัดสนเรื่องการเงินคะ

หลวงตา : อนุโมทนาบุญที่เค้าทำทานตื่นขึ้นสาาาธุโมทนาบุญกับพวกที่ทำทานในวันนี้ทั่วโลกสาธุทำทุกวันนะจำได้หรือเปล่าล่ะปัญหามีคือจำไม่ได้พอตื่นขึ้นมาก็คว้าโทรศัพท์จำไม่ได้หรอกยกเว้นคนที่เค้าสะดุ้งตื่นแล้วเค้าสวดมนต์อะน่ะแล้วเค้ากราบพระน่ะแล้วเค้าจะไม่ลืมสาาาธุใครทำบุญวันนี้ทั้งวันนั่นน่ะ

ศิษย์ : ทำไมแค่อนุโมทนาบุญก็ได้แล้วคะ

หลวงตา : อ่าวทำไม

ศิษย์ : ก็ไม่เสียตังค์เลย

หลวงตา : พลอยยินดีในสิ่งที่คนเค้าทำดีไงความดีมันก็มาที่เราเข้าใจมะอารมณ์ดีอะโมทนาบุญกับเค้าอะอาจจะงงหน่อยนะถ้าเราคิดพิจารณาดีๆอะมันใช่มันได้ฮะ

หลวงตา : เพื่อนนางวิสาขาเมื่อก่อนน่ะนางไม่ทำนั่งโมทนากับนางวิสาขานั่นน่ะโหตายแล้วไปเกิดในดาวดึงส์นั่นน่ะเค้าไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะโมทนาอย่างเดียวพลอยยินดีอย่างเดียวนี่มันเกิดความเคยชินความปีติอารมณ์ยินดีความพอใจความยินดีในสิ่งที่เค้าทำความดีคิดดูแม่ชีอารมณ์อันอื่นไม่มีแทรกเลยอะ ทั้งที่ตัวเองไม่ทำอะคิดให้ดีดิพลอยยินดีอะ

ศิษย์ : พอเข้าใจว่าเงินเนี่ยเป็นจุดเริ่มต้นของทาน

หลวงตา : ถูก สิ่งของเป็นจุดเริ่มต้นของทาน ทานมันมีเยอะแยะ มีอภัยทาน มีธรรมทาน มีร่างกายเป็นทาน ให้ร่างกาย แล้วก็ให้เงิน แม่ชีอยากให้มั้ยล่ะ ทานน่ะ ก็ถวายโรงพยาบาลดิเวลาตาย เป็นทานเหมือนกันทานตัวเองอะ ให้หมอเค้าไปเรียนน่ะ นั่นก็คือการให้ทานชะมะ กวาดวัดก็คือทานมันเป็นทานมันอยู่ในทาน ทานมันไม่ใช่อย่างเดียว มันเยอะแยะไปหมดน่ะ

หลวงตา : มานั่งพิจารณาให้ดีเนี่ยไม่ใช่โหเงินใส่วัดเงินหยอดตู้มันจะไปครบได้ไงทานน่ะชะมะเวลาคนอื่นเค้าไปทำทานก็ไปอิจฉาเค้าอีกไม่ได้โมทนาในทานอีกมันก็ทานก็ไม่ครบอีก

ศิษย์ : อานิสงค์ของทานจะทำอะไรก็ตามคือรวยหรอคะ

หลวงตา : ใช่ทานสถานที่ดีก็รวยอะ

ศิษย์ : ยังไงคะ

หลวงตา : ทานในแหล่งที่ผลของทานดีก็รวยแหละ

ศิษย์ : ผลของทานดี?

หลวงตา : ใช่ ทานกับพระพุทธเจ้าน่ะ รอพระพุทธเจ้าแล้วให้ทานท่าน พระปัจเจก หรือไม่ก็พระอรหันต์ หรือไม่ก็เนี่ย คนที่มาสวดมนต์ในวัดน่ะ สวดมนต์แผ่เมตตาเนี่ย ทำกัมมัฏฐานเนี่ย เพราะเรามีส่วนช่วยในธาตุขันต์ของเค้า เข้าใจมะ อานิสงส์เยอะนะ ไม่ใช่น้อยนะ ที่หลวงตาทำนี่อานิสงส์เยอะนะนี่ คุยอยู่นี่ เยอะนะ

ศิษย์ : อย่างเช่นหนูเจอหลวงตาแล้วหนูยิ้ม แสดงว่าหนูให้ทานแล้ว ?

หลวงตา : ใช่ คนที่ฝึกกัมมัฏฐานเนี่ยที่หลวงตาสอนไปจนถึงวัดนี้จะล้างไปน่ะ คนที่มานี่ ในอนาคตบางคนก็เข้าใจเปอร์เซ็นต์มากเปอร์เซนต์น้อยต่างกัน บางคนก็ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เยอะแยะ บางคนก็เป็นพระอรหันต์ เยอะแยะ บางคนก็ไปเป็นพระปัจเจกก็เยอะ บางคนก็ต้องการเวียนว่ายตายเกิดเพื่อเป็นประโยชน์กับโลกก็เยอะ มีน้อยที่ลงข้างล่างอะ  ทีนี้อานิสงส์มันเยอะมั้ยล่ะเอออย่างนั้นแหละนี่ก็คือการให้ทานก็ให้เค้าสวดมนต์ไง

หลวงตา : แค่เราให้เค้าสวดมนต์สิบกว่าปีมาเนี่ยคนสวดไม่รู้กี่ล้านนะตอนนี้กระจายออกไปเรื่อยๆเลยน่ะไม่ใช่ทั่วโลกนะทั่วสามโลกธาตุนะเวลาสวดไปไหนเนี่ยเทพพรหมเค้าสวดกับเราหมดแหละไม่ว่าศาสนาไหนทั้งนั้นน่ะเค้าเห็นพลังงานนะฮะถ้าเราไม่มีการสวดเลยเนี่ยพลังงานไม่มาเหมือนบางศาสนาบางศาสนาเค้าบริกรรมสวดอย่างเดียวแต่เค้าสวดขอแต่ของเรานี่สวดปรับสวดแล้วได้จริงๆ

หลวงตา : โหพิจารณามาแล้วแม่ชีถ้าจิตมันไม่เบามันก็พิจารณาไม่ออกหรอกพวกเนี้ยะจริงมั้ยล่ะคิดหัวแตกยังไงก็คิดไม่ออกหรอกหลวงปู่ท่านบอกว่ามีอีกเยอะเลยที่ยังคิดไม่ออกอะเนี่ยอยากให้คนสวดมนต์เนี่ยสวดกับหลวงตาเนี่ยที่ถ้ำที่อะไรก็ช่างเถอะทั่วโลกเนี่ยถ้าขยันสวดน่ะมันคิดออกอะคิดได้ทั้งทางโลกและทางธรรมด้วย

หลวงตา : ก็ท่านบอกหลวงตาเองว่า เอ็งสวดไปเอ็งรวยนะ เอ็งขยันสวดไปเหอะ เอ็งเอาโลกก็ได้ ธรรมก็ได้ด้วย ถ้าเอ็งสวดแล้วเอ็งคิดไม่ออกน่ะไม่ใช่แล้ว ชะมะ เออ ถ้าเอ็งสวดแล้วเอ็งคิดอะไรไม่ออกนั่นเอ็งขี้เกียจสวดแล้วล่ะ ก็อยู่อย่างเดิมนั่นแหละ คิดไรไม่ออก บอกอะไรก็ไม่ได้อีก บอกก็ผิดอีก จบ

ตอบปัญหาธรรม หลวงตาม้า วิริยธโร แห่งวัดถ้ำเมืองนะ
ถอดเทปเสียงธรรมโดย ทีมงาน สถานอมตะธรรมพุทธพรหมปัญโญ